Raspberry Pi ไม่ได้ปลอดภัยจากพายุ Supply Chain
เมื่อ AI กำลังแย่งหน่วยความจำทั้งโลก และราคาที่เราคุ้นเคยอาจไม่กลับมาอีก
ช่วงหลัง ๆ ถ้าใครติดตามข่าว Raspberry Pi อย่างใกล้ชิด คงเริ่มรู้สึกแปลกใจ (และกังวล) เหมือนกัน
ทั้ง ๆ ที่บริษัททำกำไรได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
แต่… หุ้นของ Raspberry Pi กลับร่วงลงราว 7.5% ในทันที
สาเหตุไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยครับ
Raspberry Pi ออกมาเตือนตรงไปตรงมาว่า
การขาดแคลนหน่วยความจำ DRAM จากอุตสาหกรรม AI อาจกระทบทั้งการผลิตและราคาสินค้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
และสัญญาณแรกก็เริ่มชัดแล้ว
Raspberry Pi 5 รุ่น 1GB ปรับราคาขึ้นเป็น 45 ดอลลาร์
สำหรับใครที่อยู่กับ Pi มานาน จะรู้เลยว่า
“ราคานี้…ไม่ใช่ภาพที่เราคุ้นเคย”
ต้นตอปัญหา: DRAM กำลังถูก AI ดูดไปหมด
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจาก Raspberry Pi บริหารพลาด
แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมชิปทั่วโลก

AI และ Data Center คือ “ตัวดูดทรัพยากร”
อุตสาหกรรม AI โดยเฉพาะ Data Center สำหรับ LLM และ GenAI
ต้องใช้หน่วยความจำต่อระบบ “มหาศาล”
AI Server หนึ่งเครื่อง ใช้ DRAM มากกว่า PC ทั่วไปหลายสิบเท่า
HBM (High-Bandwidth Memory) กลายเป็นของมีค่าที่กำไรสูงมาก
ผู้ผลิตจึง หันกำลังการผลิตจาก DRAM ทั่วไป → ไปทำ HBM
ผลคือ
DRAM ที่เคยใช้กับ PC, IoT, Embedded, Raspberry Pi
กลายเป็นของรองทันที
ผู้ผลิตชิปลดการผลิต “ของราคาถูก”
บริษัทอย่าง Samsung, SK Hynix, Micron
เลือกทางที่ธุรกิจเข้าใจได้ แต่ผู้บริโภคเจ็บตัว
ลดการผลิต DRAM ทั่วไป
โฟกัสสินค้ามูลค่าสูงสำหรับ AI
บางรายถึงขั้นถอนตัวจากตลาด consumer บางส่วน
ตลาดจึงไม่ได้ขาดเพราะ “ผลิตไม่ได้”
แต่ขาดเพราะ
ไม่มีใครอยากผลิตของกำไรต่ำ

Big Tech กว้านซื้อระยะยาว + ภูมิรัฐศาสตร์
สถานการณ์ยิ่งหนักขึ้นจากปัจจัยเสริม เช่น
บริษัท AI ยักษ์ใหญ่ จองกำลังการผลิตล่วงหน้าเป็นปี ๆ
บางรายจองสัดส่วน DRAM โลกไปในระดับที่น่าตกใจ
สงครามเทคโนโลยี สหรัฐ–จีน ทำให้ห่วงโซ่วัตถุดิบตึงตัว
ผลลัพธ์คือ
ตลาด DRAM กลายเป็น “เกมของรายใหญ่”
และรายเล็กต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ
ตัวเลขที่น่ากังวล (มาก)
ราคา DRAM เพิ่มขึ้น กว่า 170% เมื่อเทียบปีต่อปี
เร็วกว่าอัตราการขึ้นของราคาทองคำเสียอีก
แนวโน้มปี 2026:
DRAM ทั่วไป อาจขึ้น 50–60% ต่อไตรมาส
Server DRAM อาจเกิน 60%
ผู้ผลิตบางรายเตรียมขึ้นราคา 30–60% เพิ่มอีก
นี่ไม่ใช่รอบสั้น ๆ
แต่มันเริ่มถูกมองว่าเป็น “bull market ของ DRAM”
ที่อาจลากยาวจนกว่าจะเกิดสมดุลใหม่
แล้ว Raspberry Pi โดนอะไรบ้าง?
แม้ Raspberry Pi จะขายดีและกำไรดี
แต่บริษัทก็หลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้
ต้นทุน DRAM เพิ่ม = ราคาบอร์ดต้องขยับ
รุ่น RAM น้อย อาจไม่ถูกลงอย่างที่คิด
ความเสี่ยงของ “ของขาด” อาจกลับมาอีกครั้ง
การที่หุ้นร่วง 7.5%
สะท้อนว่า นักลงทุนกังวลอนาคตมากกว่าปัจจุบัน

ผลกระทบต่อผู้ใช้ในไทย
สำหรับบ้านเรา ผลกระทบอาจชัดกว่าประเทศใหญ่ด้วยซ้ำ
Maker / นักศึกษา → ต้นทุนโปรเจกต์สูงขึ้น
โรงเรียน / มหาวิทยาลัย → จัด Lab แพงขึ้น
SME / Edge AI → ต้องคิด ROI หนักกว่าเดิม
ตลาดมือสอง / ของ clone อาจคึกคัก
Raspberry Pi อาจยัง “ถูก” เมื่อเทียบกับ x86
แต่ ไม่ถูกเหมือนเดิมอีกแล้ว
มองไปข้างหน้า: เราควรเตรียมตัวยังไง?
สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น
ราคาหน่วยความจำจะยังสูงต่อเนื่องอย่างน้อยถึงปลายปี 2026
สเปกอุปกรณ์อาจถูก “ตัดทอน” เพื่อคุมราคา
AI จะยังเป็นตัวแย่งทรัพยากรหลักของโลก
สิ่งที่ผู้ใช้ควรคิด
เลือก RAM ให้ “พอดี ไม่เผื่อเกิน”
วางแผนซื้อระยะยาว ไม่ซื้อแบบเฉพาะกิจ
มอง Edge AI / On-device ให้คุ้มค่ามากขึ้น
ใช้ทรัพยากรให้ฉลาดกว่าเดิม ไม่ใช่แค่แรงอย่างเดียว
สรุป: โลกหลังยุคของถูก กำลังมาเงียบ ๆ
ข่าวนี้ไม่ใช่ดราม่า
แต่เป็น สัญญาณเตือนเบา ๆ ว่าโลกเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน
AI ไม่ได้แค่เปลี่ยนซอฟต์แวร์
แต่มันกำลัง “ดูดทรัพยากรทางกายภาพ” ของโลกไปจริง ๆ
Raspberry Pi ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม
แต่ยุคที่ “อยากได้ก็มี อยากซื้อก็ถูก”
อาจกำลังค่อย ๆ หายไป
และคำถามสำคัญคือ
เราจะปรับตัวให้ทัน ก่อนที่ของจะแพงและหายากกว่านี้ได้หรือเปล่า